loading...
วันที่ 2 มี.ค. 60 จากกรณี ที่ผ่านมาได้มีข่าวที่เกี่ยวกับเหล่าพระสงฆ์ ที่แสดงพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมอยู่เป็นจำนวนมากในสังคมไทยปัจจุบัน เช่นการไม่ละทางโลก การดื่มเหล้า การมั่วสุมสิ่งอบายมุขต่างๆ จนเป็นที่เอือมระอาแก่ประชาชนที่ได้เห็นพฤติกรรมสุดอื้อฉาวดังกล่าวมาโดยตลอด ตามที่เคยไปข่าวแล้วนั้น
loading...
ล่าสุดที่เว็บไซต์ NIDA POLL ได้ทำผลสำรวจความคิด “นิด้าโพล” โดยทางสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นจากประชาชน เรื่อง “การปฏิรูปพุทธศาสนา” โดยได้เริ่มทำการสำรวจเมื่อวันที่ 27 -28 ก.พ. 60 ที่ผ่านมา กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการปฏิรูปพุทธศาสนา
ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อสาเหตุหรือปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาของพุทธศาสนาในปัจจุบัน ซึ่งพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ55.84 ระบุว่า พระสงฆ์ตัดไม่ขาดจากทางโลก หลงในวัตถุนิยม ลาภ ยศ สรรเสริญ ตำแหน่งทางสงฆ์ หรือบริโภคนิยม รองลงมา ร้อยละ 49.76 ระบุว่า พระสงฆ์ไม่อยู่ในหลักพระธรรมวินัยทำให้มีข่าวฉาวเป็นประจำ เช่น พระสงฆ์เสพยาบ้า ดื่มสุรา ยุ่งสีกา พูดจาไม่สุภาพมีพฤติกรรมก้าวร้าว ร้อยละ 40.32 ระบุว่า การสร้างค่านิยมหรือความเชื่อเกี่ยวกับการทำบุญ การถวายทาน การสร้างศาสนสถาน การบริจาคสิ่งของแบบผิด ๆ ร้อยละ 36.64 ระบุว่า วัดบางแห่งมีความเป็นพุทธพาณิชย์/เน้นวัตถุนิยม ร้อยละ 32.32 ระบุว่า องค์กรที่ดูแลพุทธศาสนาอ่อนแอขาดประสิทธิภาพในการทำงานและตรวจสอบป้องกัน ร้อยละ 31.36 ระบุว่า การบิดเบือนหลักคำสอนของพุทธศาสนา ร้อยละ 30.32 ระบุว่า การบังคับใช้พระธรรมวินัย กฎหมาย บทลงโทษ ไม่เด็ดขาดพอ ร้อยละ 27.36 ระบุว่า การปกครองภายในวัดไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 2.32 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ อยู่ที่ตัวบุคคล คนที่นับถือศาสนาพุทธบางคน ไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ หรือหลักของพุทธศาสนา ขาดการใช้วิจารณญาณในเรื่องของความศรัทธา และปัจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นจนทำเกิดปัญหาตามมา ร้อยละ 1.36 ระบุว่า พุทธศาสนาในปัจจุบันไม่มีปัญหาใด ๆ เลย และร้อยละ 0.96 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
ด้านความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อประสิทธิภาพในการทำงานของมหาเถรสมาคม(มส.) ในการดำเนินงานเพื่อรักษาหลักพระธรรมวินัยและปกครองคณะสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 7.28 ระบุว่า มหาเถรสมาคมดำเนินงานเพื่อรักษาหลักพระธรรมวินัยและปกครองคณะสงฆ์มีประสิทธิภาพสูง ร้อยละ 18.48 ระบุว่า ดำเนินงานค่อนข้างมีประสิทธิภาพ ร้อยละ 1.12 ระบุว่ามีประสิทธิภาพปานกลาง ขณะที่ส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.00 ระบุว่า ดำเนินงานไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ร้อยละ26.32 ระบุว่า ไม่มีประสิทธิภาพเลย และร้อยละ 6.80 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจในปี 2559 ที่ผ่านมา พบว่า สัดส่วนของการดำเนินงาน ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ – มีประสิทธิภาพสูงลดลง และสัดส่วนของการดำเนินงานไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ – ไม่มีประสิทธิภาพเลย เพิ่มขึ้น
(1).jpg)
loading...
.jpg)
0 comments:
Post a Comment