loading...
loading...

นางอุไรทิพย์ แม่ของน้องอิกคิว เล่าว่า เหตุที่ทำให้น้องอิกคิวพิการตาบอดตลอดชีวิต เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. วันที่ 4 ต.ค. 2559 ขณะนั้น น้องอิกคิวกำลังเล่นอยู่หน้าบ้านของตนเอง ปรากฏว่าได้มี ด.ช.ธีรภัทร หรือ อิน ซึ่งติดตามพ่อแม่มาร่วมงานวันเกิดของเพื่อนบ้านคนหนึ่งได้มาขอเล่นด้วย และต่อมาปรากฏว่า ตนได้ยินเสียงน้องอิกคิวร้องไห้เสียงดังลั่น ตนอยู่ในบ้านจึงได้รีบวิ่งออกมาดู ก็ต้องตกใจพบว่า น้องอิกคิวมีเลือดไหลทะลักออกมาจากดวงตาข้างซ้าย ตนจึงได้ถามว่าใครทำแบบนี้ น้องอิกคิวได้ชี้ไปที่ ด.ช.อิน ซึ่งน้องอิกคิวบอกว่า ด.ช.อินได้ใช้ฝักคูณที่น้องอิกคิวเก็บมาเพื่อที่จะเล่นขายของ โดยได้หักฝักคูณเป็น 2 ท่อน จากนั้นได้ใช้ฝักคูณแทงมาที่น้องอิกคิว โดยครั้งแรกน้องอิกคิวหลบทัน แต่พอ ด.ช.อิน ใช้ฝักคูณแทงมาครั้งที่ 2 น้องอิกคิวหลบไม่ทัน ทำให้โดนฝักคูณแทงเข้าที่ดวงตาข้างซ้าย จนทำให้ดวงตายุบเข้าไปในเบ้าตาเลือดไหลทะลักออกมาจำนวนมาก ตนจึงได้รีบนำตัวน้องอิกคิวส่งไปที่ รพ.อุทุมพรพิสัย และแพทย์ได้ส่งตัวต่อไปยัง รพ.ศรีสะเกษ

นางอุไรทิพย์ เล่าต่อว่า แพทย์ รพ.ศรีสะเกษ ได้ทำการตรวจบาดแผลแล้วแจ้งว่า จะต้องควักดวงตาข้างซ้ายของน้องอิกคิวทิ้ง เนื่องจากว่า ดวงตากระจกแก้วตาแตกกระจายไม่สามารถที่จะรักษาได้ หากไม่ควักตาทิ้งอาจจะทำให้ลุกลามติดเชื้อไปยังดวงตาอีกข้างหนึ่งและจะทำให้ตาบอดทั้ง 2 ข้าง ตนจึงได้อนุญาตให้แพทย์ทำการรักษาพยาบาลโดยการควักเอาดวงตาข้างซ้ายของน้องอิกคิวทิ้งไป จากนั้น ตนได้ไปแจ้งความกับ พ.ต.ต.ธงชัย ตอพิมาย สารวัตรสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย เพื่อให้ดำเนินคดีกับ ด.ช.อินตามกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาเจรจาชดใช้ค่าเสียหายกัน ซึ่ง ด.ช.อิน ได้ยอมรับต่อหน้าแม่และต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า ได้ใช้ฝักคูณแทงดวงตาของน้องอิกคิวจริง โดยตนได้บันทึกเสียงการรับสารภาพเอาไว้ด้วยแล้ว

loading...
นางอุไรทิพย์ กล่าวด้วยว่า ตนขอฝากเป็นอุทาหรณ์ไปยังพ่อแม่ทุกคนว่า
ในการเล่นของลูกหลาน
ไม่ควรที่จะให้เล่นของที่มีคมที่อาจจะเป็นอันตรายจนถึงกับพิการเหมือนกับลูกของตนที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้
ควรที่จะดูแลลูกหลานของตนเองอย่างใกล้ชิดด้วย
เพราะหากว่าเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว ไม่สามารถที่จะแก้ไขอะไรได้
จะต้องกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต
เมื่อโตขึ้นไม่สามารถที่จะทำงานรับราชการหรือทำงานดีเหมือนกับคนที่ดวงตาปกติได้ด้าน พ.ต.ต.ธงชัย ตอพิมาย สารวัตรสอบสวน สภ.อุทุมพรพิสัย เจ้าของคดี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ตนได้เร่งรัดในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งได้นัดหมายให้มีการเจรจาค่าเสียหายกันด้วย แต่ว่าหลังจากที่มีการเจรจากันแล้วคงไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ เนื่องจากว่า ด.ช.อิกคิว ถึงกับตาบอด ซึ่งตนได้ตั้งข้อหากับ ด.ช.อิน ว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และขณะนี้กำลังรอหนังสือตอบเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติของ ด.ช.อิน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน หลังจากได้รับหนังสือตอบแล้วจะได้นำตัว ด.ช.อินส่งฟ้องไปยังอัยการ จ.ศรีสะเกษ ตามกฎหมายต่อไป

ที่มา https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_225570
0 comments:
Post a Comment