loading...
loading...
ยังคงเป็นเรื่องราวที่สะเทือนหัวใจของหญิงชาวลาวผู้นี้เป็นอย่างมาก สำหรับ นางกิ่งแก้ว สุขแสง อายุ 38 ปี สาวชาวลาวจากเมืองวาปี แขวงสาละวัน สปป.ลาว ที่มามีชีวิตครอบครัวอยู่ในบ้านเลขที่ 80/1 หมู่ 6 ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ก่อนสามีจะด่วนเสียชีวิตไปก่อนเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้หญิงชาวลาวคนนี้ต้องอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดเลี้ยงดูลูกน้อยที่มีสองเพศเพียงลำพัง ฐานะทางครอบครัวก็ยากจน อีกทั้งยังไร้สิทธิและสวัสดิการใดๆ ในฐานะคนไทย เนื่องจากได้ไปขอเปลี่ยนสัญชาติอยู่หลายครั้งแต่ได้รับคำตอบว่าต้องใช้เวลานานกว่า 10 ปีถึงจะสามารถโอนสัญชาติเป็นคนไทยตามกฏหมายได้ ทั้งที่เจ้าตัวได้จดทะเบียนสมรสกับสามีที่เป็นคนไทยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
โดย นางกิ่งแก้ว กล่าวว่า มาอยู่กับนายธีรภัทรสามีคนไทยที่จังหวัดแพร่ อยู่กินกันมานานนับ 10 ปีแล้ว รู้จักกันเมื่อทำงานรับจ้างใน กทม. แต่ได้จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2558 แต่ก็ยังไม่ไม่สามารถใช้สิทธิ์การเป็นคนไทยได้ ไปติดต่อขอเปลี่ยนสัญชาติหลายครั้งแต่ก็ได้รับคำตอบว่า ต้องใช้เวลานานนับ 10 ปี กว่าจะได้โอนสัญชาติเป็นคนไทยตามกฎหมาย ทำให้ไม่ได้รับสวัสดิการในฐานะคนไทย
จากนั้น ตนได้คลอดบุตรคนแรก คือน้องวีซ่า มีอาการผิดปกติที่เรื่องเพศ คือ เหมือนน้องวีซ่านั้นมี 2 เพศ มีอวัยวะเพศชายแต่ไม่มีลูกอัณฑะ ท่อปัสสาวะมีรูออกต่างหาก ไม่ได้ออกจากอวัยวะเพศชาย ทำให้ต้องนั่งถ่ายปัสสาวะเหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป หลังคลอดได้ปรึกษาแพทย์ที่จังหวัดแพร่ สุดท้ายให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่ โดยไปรักษาบ่อยมากในช่วงแรกๆ และต้องเสียเงินจำนวนมาก แค่ฉีดยาเข็มละ 2,800 บาท ช่วงสามียังมีชีวิตอยู่ก็ไม่มีเงินพอที่จะนำน้องวีซ่าไปรักษาให้เพศสู่สภาวะปกติได้ พอสามีเสียชีวิตไปการรักษาคงไม่มีโอกาสแน่นอน ตนก็หวั่นใจอยู่ว่าถ้าลูกโตขึ้นได้เรียนหนังสือจะเป็นอย่างไร กลัวลูกมีปมด้อยและอาจเป็นปัญหาจนเข้าสังคมไม่ได้

loading...
0 comments:
Post a Comment